5 ข้อควรทำ เมื่อรู้ว่าน้ำอาจจะท่วม สำหรับโกดังและคลังสินค้า

ถ้าเริ่มมีประกาศเตือนฝนตกหนัก น้ำเหนือมา หรือพื้นที่รอบ ๆ เริ่มมีน้ำสูง สำหรับคนที่มีโกดังหรือคลังสินค้า อย่ารอให้น้ำเข้าก่อนแล้วค่อยย้ายของค่ะ เพราะสิ่งที่ช่วยลดความเสียหายได้มากที่สุด คือการเตรียมตัวก่อนน้ำมาถึง

วันนี้ BE WAREHOUSE โกดังให้เช่าย่านบางพลัด–จรัญสนิทวงศ์ รวม 5 เรื่องที่ควรรีบทำทันที เมื่อรู้ว่าพื้นที่ของเราเริ่มมีความเสี่ยงน้ำท่วม

1. ย้ายของสำคัญขึ้นสูงก่อน ไม่ต้องรอให้เห็นน้ำ

เริ่มจากสินค้าที่มีมูลค่าสูง เอกสารสำคัญ เครื่องมือไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และสินค้าที่เสียหายง่ายเมื่อโดนน้ำ

ถ้าวางกล่องสินค้าบนพื้นโดยตรง ควรรีบยกขึ้นชั้นวางหรือพาเลต และถ้าพื้นที่มีความเสี่ยงสูง ควรย้ายของที่สำคัญที่สุดไปยังชั้นที่สูงกว่า หรือพื้นที่สำรองที่ปลอดภัยกว่า

หลักง่าย ๆ คือ ของแพง ของจำเป็น และของที่โดนน้ำแล้วเสียทันที ให้ย้ายก่อน

อย่ารอจนฝนตกหนักแล้วค่อยเริ่ม เพราะตอนนั้นทั้งรถ ทั้งคน และอุปกรณ์ขนย้ายอาจหาได้ยากขึ้นค่ะ

2. เช็กสต็อก แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ให้ครบ

ก่อนเริ่มย้ายของ ควรถ่ายรูปหรือวิดีโอสภาพสินค้าในคลังไว้ก่อน

โดยเฉพาะ
– จำนวนสินค้า
– ตำแหน่งที่จัดเก็บ
– รหัสสินค้า
– Lot สินค้า
– เครื่องจักรและอุปกรณ์
– ชั้นวางและตัวอาคาร

ถ้ามีประกันหรือเกิดความเสียหายขึ้นจริง ภาพเหล่านี้จะช่วยให้การประเมินความเสียหายง่ายขึ้นมาก

และถ้ามี Inventory อยู่แล้ว ช่วงนี้ควรอัปเดตให้ตรงกับของจริงที่สุดค่ะ

3. เตรียมพื้นที่สำรอง และคิดไว้ก่อนว่าจะย้ายของไปไหน

หลายธุรกิจเตรียมคน เตรียมรถ แต่พอจะย้ายจริงกลับไม่รู้ว่า “แล้วจะเอาของไปไว้ที่ไหน?”

ควรเตรียมแผนสำรองไว้ล่วงหน้า เช่น
– โกดังอีกแห่ง
– Self Storage
– พื้นที่เช่าชั่วคราว
– สาขาอื่นของบริษัท
– พื้นที่ของคู่ค้าหรือบริษัทในเครือ

ถ้ามีสินค้าจำนวนมาก ควรแยกว่าอะไรต้องย้ายก่อน อะไรสามารถอยู่ต่อได้ และพื้นที่สำรองรองรับได้กี่พาเลตหรือกี่ตารางเมตร

มีแผนไว้ก่อน ถึงเวลาจริงจะไม่เสียเวลาตัดสินใจค่ะ

4. ป้องกันจุดเสี่ยงของโกดัง และเช็กระบบไฟ

ดูรอบโกดังเลยค่ะว่ามีจุดไหนที่น้ำอาจเข้ามาได้ เช่น
– ประตูหน้าโกดัง
– ประตูโหลดสินค้า
– ช่องระบายน้ำ
– พื้นที่ต่ำ
– ช่องเปิดบริเวณผนัง
– ทางเข้าด้านหลัง

ถ้ามีแผงกั้นน้ำ กระสอบทราย หรืออุปกรณ์ป้องกันน้ำ ควรเตรียมไว้ก่อนสถานการณ์ฉุกเฉิน

ส่วนระบบไฟควรตรวจดูว่า ตู้ไฟ ปลั๊ก และอุปกรณ์สำคัญอยู่สูงจากพื้นเพียงพอหรือไม่ และควรรู้ว่าจุดตัดไฟหลักอยู่ตรงไหน เผื่อต้องปิดระบบอย่างรวดเร็ว

แต่ถ้าน้ำเริ่มเข้าพื้นที่แล้ว อย่าเข้าไปจัดการระบบไฟเองหากไม่มั่นใจว่าปลอดภัยค่ะ

5. เตรียม “แผนฉุกเฉิน” ให้ทุกคนรู้ตรงกัน

อย่าให้แผนรับมือน้ำท่วมอยู่ในหัวเจ้าของกิจการคนเดียวค่ะ

ควรแจ้งพนักงานให้รู้ว่า

ใครเป็นคนตัดสินใจย้ายสินค้า
ใครติดต่อรถขนส่ง
ใครดูแลเอกสารและ Inventory
ใครติดต่อบริษัทประกัน
สินค้าอะไรต้องย้ายก่อน
และเมื่อไรที่ทุกคนต้องหยุดงานและออกจากพื้นที่

รวมถึงเตรียมเบอร์โทรสำคัญไว้ เช่น เจ้าของอาคาร ช่างไฟ รถขนส่ง บริษัทประกัน และผู้ให้บริการพื้นที่เก็บของสำรอง

เมื่อเกิดเหตุจริง ทุกคนจะได้ไม่ต้องมายืนถามกันว่า “แล้วตอนนี้เอายังไงต่อ?”

อย่ารอให้น้ำถึงหน้าโกดังก่อนค่อยเตรียมตัว

การป้องกันน้ำท่วมอาจไม่สามารถช่วยสินค้าได้ 100% แต่การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยลดความเสียหายได้มากกว่าการเริ่มจัดการตอนน้ำเข้าพื้นที่แล้วแน่นอนค่ะ

จำง่าย ๆ แค่ 5 อย่าง

ยกของขึ้นสูง – เช็กสต็อก – เตรียมที่สำรอง – ป้องกันจุดเสี่ยง – วางแผนให้ทีม

โดยเฉพาะธุรกิจที่มีสต็อกจำนวนมาก ควรมีแผนสำรองเรื่องพื้นที่จัดเก็บไว้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุฉุกเฉิน

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหา โกดังให้เช่ากรุงเทพ หรือพื้นที่สำรองสำหรับจัดเก็บสินค้า BE WAREHOUSE ย่านบางพลัด–จรัญสนิทวงศ์ มีพื้นที่โกดังหลายขนาด สามารถสอบถามรายละเอียดและเข้าชมพื้นที่เพื่อวางแผนจัดเก็บสินค้าได้ค่ะ

สุดท้ายนี้ หากมีประกาศเตือนน้ำท่วม สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าเสี่ยงชีวิตเพื่อกลับเข้าไปเอาสินค้าในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย ของยังพอหาทางจัดการได้ แต่ความปลอดภัยของคนต้องมาก่อนค่ะ

ให้บริการพื้นที่โกดังสินค้าขนาดใหญ่ ตั้งเเต่ 100 – 300 + ตร.ม.
โดย BE WAREHOUSE อยู่ภายใต้ บริษัท บีระพันธ์ จำกัด
ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านคลังสินค้าหรือการจัดเก็บสินค้า

ข้อมูลติดต่อ

ข้อมูลติดต่อ