สำหรับคนทั่วไป น้ำท่วมบ้านก็หนักแล้ว แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจที่มีสินค้าอยู่ในคลัง ความเสียหายอาจไม่ได้จบแค่พื้นเปียกหรือเฟอร์นิเจอร์เสีย เพราะข้างในนั้นคือ เงินทุน สต็อก ลูกค้า ออเดอร์ และรายได้ของทั้งธุรกิจ
บางคนเปิดประตูโกดังเข้าไปแล้วเจอกล่องเปียก สินค้าล้ม เครื่องมือจมน้ำ หรือของที่เตรียมส่งลูกค้าต้องเสียหายไปต่อหน้าต่อตา
ถ้าเจอแบบนี้ สิ่งแรกที่อยากบอกคือ อย่าเพิ่งพยายามจัดการทุกอย่างพร้อมกันค่ะ
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การทำให้โกดังกลับมาสวยเหมือนเดิมภายในวันเดียว แต่คือการค่อย ๆ แยกปัญหาออกเป็นเรื่อง ๆ แล้วจัดการตามลำดับ
วันนี้ BE WAREHOUSE โกดังให้เช่าย่านบางพลัด–จรัญสนิทวงศ์ รวบรวม 7 วิธีตั้งหลักสำหรับผู้ประกอบการหลังน้ำลดมาฝากกันค่ะ
เห็นของเสียหายแล้ว ใคร ๆ ก็อยากรีบเข้าไปยกออกทันที แต่ก่อนเริ่ม ควรเช็กเรื่องไฟฟ้าและโครงสร้างก่อนค่ะ
ถ้าน้ำเคยเข้าถึงปลั๊กไฟ ตู้ควบคุมไฟ เครื่องจักร หรือสายไฟ อย่าเพิ่งเปิดระบบไฟเองจนกว่าจะมั่นใจว่าปลอดภัย
รวมถึงควรระวังพื้นลื่น ชั้นวางที่อาจเอียง ของหนักที่หล่น และสัตว์ที่อาจหนีน้ำเข้ามาซ่อนอยู่ในพื้นที่
สินค้าเสียยังพอประเมินมูลค่าได้ แต่คนเจ็บเพิ่มขึ้นมาอีกคนไม่คุ้มค่ะ
อย่ากองรวมกันทั้งหมด เพราะสุดท้ายจะเสียเวลาคัดใหม่
แบ่งง่าย ๆ เป็น
กองที่ 1: ยังใช้งานหรือขายได้
สินค้าไม่โดนน้ำ บรรจุภัณฑ์ยังสมบูรณ์ ให้รีบย้ายไปพื้นที่แห้งและปลอดภัย
กองที่ 2: ต้องตรวจสอบ
ภายนอกเปียกหรืออยู่ใกล้น้ำ แต่ยังไม่แน่ใจว่าสินค้าด้านในเสียหายหรือไม่ แยกไว้ต่างหากก่อน
กองที่ 3: เสียหายชัดเจน
สินค้าจมน้ำ บรรจุภัณฑ์เสีย แตก รั่ว หรือไม่สามารถขายต่อได้ ให้แยกพื้นที่และบันทึกจำนวนทันที
ยิ่งคัดเร็ว ยิ่งรู้เร็วว่า ของที่ช่วยไว้ได้มีเท่าไร และความเสียหายจริงอยู่ที่ประมาณไหน
สินค้าแต่ละประเภทเสียหายจากน้ำไม่เหมือนกันค่ะ
กล่องกระดาษอาจเสียเร็ว แต่สินค้าที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์กันน้ำอาจยังปลอดภัย
เครื่องมือบางชนิดอาจต้องให้ช่างตรวจ
สินค้าโลหะอาจต้องรีบทำให้แห้งเพื่อป้องกันสนิม
สินค้าอาหาร เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขอนามัย ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษและไม่ควรนำกลับไปขายหากมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน
สิ่งสำคัญคือ อย่าตัดสินจากภายนอกอย่างเดียว
ถ้ามูลค่าสินค้าสูง ลองปรึกษาผู้ผลิต ผู้เชี่ยวชาญ หรือบริษัทประกันก่อนตัดสินใจทิ้งทั้งหมดค่ะ
ถ้ามีประกัน อย่ารอจนจัดโกดังเสร็จก่อนแล้วค่อยโทรค่ะ
ติดต่อบริษัทประกันหรือโบรกเกอร์ทันที เพื่อถามว่า
– ต้องใช้หลักฐานอะไร
– ต้องแจ้งภายในกี่วัน
– สามารถเคลื่อนย้ายสินค้าก่อนได้หรือไม่
– ต้องรอเจ้าหน้าที่เข้าตรวจหรือไม่
– ครอบคลุมสินค้าหรือเฉพาะตัวอาคาร
ส่วนลูกค้าหรือคู่ค้าก็ควรแจ้งตรง ๆ เช่นกัน
ถ้าออเดอร์ส่งช้า ให้รีบแจ้งกำหนดใหม่
ถ้าสินค้าเสียหายจนส่งไม่ได้ ให้เสนอทางเลือก
ถ้ายังประเมินสถานการณ์ไม่ได้ ให้บอกว่าจะอัปเดตอีกครั้งเมื่อไร
ลูกค้าส่วนใหญ่มักรับได้กับเหตุฉุกเฉิน ถ้าเรา สื่อสารเร็วและไม่ปล่อยให้เขารอแบบไม่รู้เรื่อง
อ่านเพิ่มเติม ประกันสินค้าในโกดัง/คลังสินค้า จำเป็นไหม?
หลังเห็นของเสียหาย หลายคนจะรีบสั่งสินค้ามาเติมเพราะกลัวเสียยอดขาย
แต่ก่อนสั่งล็อตใหม่ ต้องถามตัวเองก่อนว่า
เรามีพื้นที่แห้งและปลอดภัยให้เก็บของหรือยัง?
ถ้าโกดังยังมีความชื้น พื้นยังไม่แห้ง หรือระบบไฟยังไม่ได้ตรวจ การเอาสต็อกใหม่เข้ามาเร็วเกินไปอาจกลายเป็นเสียหายรอบที่สอง
ช่วงนี้อาจพิจารณา
– เช่าพื้นที่เก็บของชั่วคราว
– ย้ายสินค้าไปคลังสำรอง
– แบ่งสต็อกไว้หลายจุด
– ลดจำนวนสินค้าที่ถือไว้ชั่วคราว
บางครั้งการหยุดสัก 1–2 วันเพื่อจัดระบบใหม่ อาจคุ้มกว่าการรีบนำสินค้าล็อตใหม่เข้ามาแล้วเกิดความเสียหายซ้ำค่ะ
เมื่อน้ำลดและสถานการณ์เริ่มนิ่ง นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีมากในการกลับมาดูระบบคลังของเราใหม่
ลองถามว่า
สินค้ามูลค่าสูงควรวางบนพื้นหรือไม่?
ชั้นล่างสุดควรสูงจากพื้นเท่าไร?
เอกสารสำคัญควรเก็บไว้ที่ไหน?
มีแผนย้ายสินค้าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือยัง?
มีพื้นที่สำรองหรือไม่?
ประกันที่มีอยู่ครอบคลุมความเสี่ยงจริงหรือเปล่า?
แม้เราอาจควบคุมฝนหรือน้ำไม่ได้ แต่เราสามารถลดความเสียหายจากครั้งต่อไปได้ค่ะ
หลังน้ำท่วม วันที่เราเดินเข้าไปเห็นของเสียหายเต็มโกดัง มันง่ายมากที่จะรู้สึกว่า “หมดแล้ว”
แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจยังมีอีกหลายอย่างที่น้ำไม่ได้พาไปค่ะ
ลูกค้ายังอยู่
ประสบการณ์ยังอยู่
ทีมงานยังอยู่
ความสัมพันธ์กับคู่ค้ายังอยู่
และความสามารถในการเริ่มใหม่ก็ยังอยู่
วันนี้อาจยังมองไม่เห็นว่าจะกลับมาเหมือนเดิมได้เมื่อไร แต่ไม่จำเป็นต้องแก้ทุกอย่างภายในวันเดียวค่ะ
จัดการทีละเรื่อง
ช่วยของที่ยังช่วยได้
บันทึกความเสียหาย
คุยกับคนที่เกี่ยวข้อง
แล้วค่อยกลับมาวางระบบใหม่อีกครั้ง
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหา โกดังให้เช่า หรือพื้นที่จัดเก็บสินค้าสำรอง BE WAREHOUSE ย่านบางพลัด–จรัญสนิทวงศ์ มีพื้นที่โกดังหลายขนาดสำหรับธุรกิจที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บสินค้าในกรุงเทพฯ สามารถสอบถามรายละเอียดและเข้าชมพื้นที่ก่อนตัดสินใจได้ค่ะ
สุดท้ายนี้ ทาง BE WAREHOUSE ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกอบการ เจ้าของร้าน และทุกธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วงนี้นะคะ
ของบางอย่างอาจต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจของเราต้องกลับไปเริ่มจากศูนย์ค่ะ
ให้บริการพื้นที่โกดังสินค้าขนาดใหญ่ ตั้งเเต่ 100 – 300 + ตร.ม.
โดย BE WAREHOUSE อยู่ภายใต้ บริษัท บีระพันธ์ จำกัด
ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านคลังสินค้าหรือการจัดเก็บสินค้า