สำหรับธุรกิจที่มีสินค้า มีสต็อก หรือจำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับรับ–ส่งและจัดเก็บของ คำว่า “โกดังให้เช่า” น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ ที่ผู้ประกอบการนึกถึง โดยเฉพาะธุรกิจในกรุงเทพฯ ที่ราคาที่ดินสูงและพื้นที่มีจำกัด
ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าออนไลน์ SME บริษัทนำเข้า–ส่งออก ธุรกิจค้าส่ง หรือธุรกิจที่กำลังขยายสาขา การมีโกดังที่เหมาะสมช่วยให้การจัดการสินค้าเป็นระบบมากขึ้น และยังช่วยลดภาระเรื่องการลงทุนก้อนใหญ่จากการซื้อที่ดินและสร้างอาคารเอง
แต่ก่อนตัดสินใจเช่า เราควรรู้อะไรบ้าง? โกดังแบบไหนถึงจะเหมาะ และระหว่าง เช่าโกดังกับสร้างโกดังเอง แบบไหนคุ้มกว่ากัน มาดูกันค่ะ
โกดังให้เช่า คือพื้นที่อาคารที่เจ้าของเปิดให้ธุรกิจหรือบุคคลเช่าเพื่อใช้เป็นพื้นที่จัดเก็บสินค้า วัตถุดิบ อุปกรณ์ เครื่องมือ หรือใช้เป็นพื้นที่ดำเนินงานบางส่วนของธุรกิจ
โกดังบางแห่งไม่ได้ใช้สำหรับเก็บของเพียงอย่างเดียว แต่สามารถปรับเป็นพื้นที่แพ็กสินค้า จุดรับ–ส่งสินค้า สำนักงาน หรือศูนย์กระจายสินค้าได้ด้วย
ตัวอย่างเช่น BE WAREHOUSE ให้บริการโกดังขนาดตั้งแต่ประมาณ 100–300+ ตารางเมตร และมีทั้งแบบพื้นราบและพื้นยกสูง โดยพื้นที่สามารถปรับเป็นสำนักงานได้ รองรับไฟฟ้า 3 เฟส และมีพื้นที่สำหรับจอดรถหลายคัน
ดังนั้นก่อนเช่า สิ่งสำคัญคืออย่าดูแค่ว่า “มีพื้นที่ว่างกี่ตารางเมตร” แต่ต้องดูว่าพื้นที่นั้นเหมาะกับรูปแบบการใช้งานจริงของธุรกิจหรือไม่
ทำเลเป็นเรื่องแรกที่ควรดู เพราะมีผลโดยตรงกับต้นทุนการขนส่ง
ถ้าธุรกิจต้องส่งสินค้าในกรุงเทพฯ ทุกวัน การเลือก โกดังให้เช่ากรุงเทพ ที่อยู่ไม่ไกลจากเมือง อาจช่วยลดเวลาการวิ่งรถและค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการเช่าโกดังราคาถูกแต่ต้องออกไปไกลมาก
ควรดูด้วยว่าโกดังเชื่อมต่อกับถนนหลักได้ง่ายหรือไม่ รถขนส่งเข้าออกสะดวกหรือเปล่า และอยู่ใกล้พื้นที่ที่ลูกค้าหรือพนักงานเดินทางมาหรือไม่
โกดังใหญ่เกินความจำเป็นก็เสียค่าเช่าโดยใช่เหตุ แต่ถ้าเล็กเกินไป พอธุรกิจโตขึ้นก็ต้องย้ายใหม่อีก
ก่อนเช่าควรคำนวณคร่าว ๆ ว่า
– ปัจจุบันมีสินค้ากี่ประเภท
– ต้องใช้ชั้นวางหรือพาเลตกี่ชุด
– ต้องมีพื้นที่แพ็กสินค้าหรือไม่
– มีรถขนส่งเข้ามาบ่อยแค่ไหน
– ใน 1–2 ปีข้างหน้ามีแนวโน้มใช้พื้นที่เพิ่มหรือไม่
ถ้าธุรกิจยังไม่ต้องใช้โกดังขนาดใหญ่ บางแห่งก็มีพื้นที่ขนาดเล็กให้เลือก เช่น BE STORAGE ซึ่งมีห้องเก็บของตั้งแต่ประมาณ 5–30 ตารางเมตร
จุดนี้หลายคนมองข้ามค่ะ
ถ้าเก็บสินค้าทั่วไปอาจไม่มีปัญหา แต่ถ้าเก็บเครื่องจักร วัตถุดิบหนัก หรือสินค้าบนพาเลตจำนวนมาก ต้องตรวจสอบว่าพื้นสามารถรับน้ำหนักได้เท่าไร
BE WAREHOUSE โกดังให้เช่ากรุงเทพ ระบุว่าพื้นที่โกดังรองรับน้ำหนักประมาณ 1,500 กิโลกรัม และสามารถรองรับงานที่ต้องใช้พื้นที่สำหรับสินค้าน้ำหนักมากได้
นอกจากน้ำหนักควรดูความสูงของโกดัง ประตู ทางเข้าออก การระบายอากาศ และความสะดวกในการนำสินค้าเข้า–ออกด้วย
ของที่อยู่ในโกดังอาจมีมูลค่าหลักหมื่น หลักแสน หรือหลักล้าน ดังนั้นค่าเช่าถูกอย่างเดียวไม่พอค่ะ
ควรเช็กว่าโกดังมี
– CCTV หรือไม่
– เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือไม่
– ระบบควบคุมการเข้าออกอย่างไร
– พื้นที่ล็อกได้เป็นสัดส่วนหรือไม่
– มีการบันทึกบุคคลหรือรถเข้าออกหรือไม่
BE WAREHOUSE โกดังให้เช่ากรุงเทพ มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงและมีกล้องวงจรปิดครอบคลุมพื้นที่ รวมถึงระบบควบคุมการเข้าใช้งานตามประเภทพื้นที่
ถ้าต้องยกพาเลต เครื่องจักร หรือสินค้าหนัก การมี Forklift ให้บริการช่วยลดทั้งแรงงานและเวลาได้เยอะ
บางโกดังคิดค่าบริการแยก บางแห่งรวมอยู่ในแพ็กเกจ หรืออาจต้องจองล่วงหน้า ดังนั้นควรถามก่อนทำสัญญา
BE WAREHOUSE โกดังให้เช่ากรุงเทพ มีบริการ Forklift สำหรับช่วยเคลื่อนย้ายสินค้าน้ำหนักมาก ซึ่งเหมาะกับธุรกิจที่มีสินค้าบรรจุพาเลตหรือของขนาดใหญ่
>> อ่านเพิ่มเติม โกดังให้เช่า เลือกอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
เรื่องนี้ต้องถามให้ชัดก่อนเซ็นสัญญาค่ะ เพราะ โดยทั่วไปค่าเช่าโกดังไม่ได้หมายความว่าสินค้าของผู้เช่าจะได้รับความคุ้มครองจากประกันโดยอัตโนมัติ
โกดังอาจมีประกันตัวอาคารหรือทรัพย์สินของผู้ให้เช่า แต่สินค้าที่เราเอาเข้าไปเก็บอาจต้องซื้อประกันเพิ่มเติมเอง เช่น
– ประกันสินค้าในคลัง
– ประกันอัคคีภัย
– ประกันน้ำท่วม
– ประกันโจรกรรม
– ประกันความเสียหายระหว่างขนส่ง
ก่อนทำสัญญาควรถามเจ้าของโกดังให้ชัดว่า ประกันที่มีอยู่ครอบคลุมอะไร และอะไรเป็นความรับผิดชอบของผู้เช่า
ถ้าสินค้ามีมูลค่าสูง ควรมีประกันของธุรกิจเองเพิ่มเติม ไม่ควรพึ่งระบบรักษาความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว
ความคุ้มค่า ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจค่ะ BE WAREHOUSE โกดังให้เข่ากรุงเทพ เลยนำข้อดีของแต่ละแบบ มาให้เปรียบเทียบกันง่ายๆ
โกดังให้เช่าไม่ได้เหมาะเฉพาะบริษัทใหญ่ค่ะ ธุรกิจหลายประเภทสามารถใช้ได้ เช่น
ธุรกิจออนไลน์
ใช้เก็บสต็อก แพ็กสินค้า และรอขนส่งเข้ารับ
SME และธุรกิจค้าส่ง
ใช้จัดเก็บสินค้าและกระจายสินค้าให้ลูกค้าในกรุงเทพฯ
ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่าย
ใช้เก็บสินค้าก่อนส่งต่อไปยังหน้าร้านหรือลูกค้า
ธุรกิจอุปกรณ์และเครื่องจักร
ต้องการพื้นที่กว้างและพื้นรับน้ำหนักสูง
ธุรกิจที่กำลังขยาย
ยังไม่อยากลงทุนสร้างโกดัง แต่ต้องการพื้นที่เพิ่มทันที
ถ้าธุรกิจกำลังมองหา โกดังให้เช่ากรุงเทพ และต้องการทำเลที่ไม่ต้องออกไปไกลจากตัวเมือง BE WAREHOUSE เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ
BE WAREHOUSE อยู่ภายใต้ บริษัท บีระพันธ์ จำกัด ให้บริการพื้นที่โกดังและพื้นที่จัดเก็บสินค้าที่ 166 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 92 แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ
พื้นที่โกดังมีหลายขนาด ตั้งแต่ประมาณ 100–300+ ตารางเมตร มีทั้งโกดังพื้นราบและพื้นยกสูง รองรับน้ำหนักได้ประมาณ 1,500 กิโลกรัม สามารถปรับพื้นที่เป็นสำนักงานได้ รองรับไฟฟ้า 3 เฟส มีพื้นที่จอดรถมากกว่า 10 คัน รวมถึงบริการ Forklift ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง และกล้อง CCTV
ราคาโกดังที่เว็บไซต์ระบุปัจจุบันเริ่มต้นประมาณ 250 บาท/ตารางเมตร โดยราคาจริงขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และเงื่อนไขการเช่า
นอกจากโกดังขนาดใหญ่แล้ว ยังมี BE STORAGE สำหรับผู้ที่ต้องการเช่าพื้นที่เก็บของขนาดเล็ก 5–30 ตารางเมตร และมี Office Space สำหรับธุรกิจที่ต้องการสำนักงานในบริเวณเดียวกันด้วย
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นธุรกิจออนไลน์ SME ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย หรือธุรกิจที่กำลังขยายพื้นที่ หากกำลังค้นหา โกดังให้เช่า กรุงเทพ ย่านบางพลัด–จรัญสนิทวงศ์ ก็สามารถเข้ามาดูพื้นที่จริงของ BE WAREHOUSE ก่อนตัดสินใจได้ค่ะ
ให้บริการพื้นที่โกดังสินค้าขนาดใหญ่ ตั้งเเต่ 100 – 300 + ตร.ม.
โดย BE WAREHOUSE อยู่ภายใต้ บริษัท บีระพันธ์ จำกัด
ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านคลังสินค้าหรือการจัดเก็บสินค้า